ข่าวไทยรัฐ

ข่าวไทยรัฐ
ข่าวไทยรัฐ

ข่าวไทยรัฐ ลูกจ้างร้านทอง ทำทองปลอมมาเปลี่ยนของจริง ขโมยไปกว่า 4 ล้าน

ได้มีการออกมารายงาน ข่าวไทยรัฐ สองสาวลูกจ้าง ห้างทองชื่อดัง ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันทุบหม้อข้าวตัวเอง โดยการเอา ทองปลอม มาแทนที่ ทองจริงที่โชว์ไว้หน้าร้าน มากกว่า 200 รายการ ได้มีการรับสารภาพว่า ทำมานานกว่า 1 ปี ได้เงินไปมากกว่า 4 ล้าน สุดท้ายถูกจับกุมได้ คนหนึ่งกำลังตั้งท้องได้ 6 เดือน 

วันที่  4 มิถุนายน พ.ศ 2564  ที่ผ่านมา ทางด้าน พ.ต.อ.วันชัย ปาละวัน ผกก.สภ.ชะเมา อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช พร้อมกับ พ.ต.ท.อธิวุฒิ ไวยกาญจน์ รองผกก.(สอบสวน) และกำลังชุดสืบสวน ได้มีการเดินทาง ไปควบคุมตัว น.ส.สรารัตน์ หนูสงค์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 4 ตำบล ป่าระกำ อำเภอ ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และ น.ส.สุจิตรา เทียมเทพ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/5 หมู่ 3 ตำบล ปากพูน อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช

โดยมีการควบคุมตัว จากห้างทองบูรพา สาขาสี่แยกหัวถนนศาลามีชัย หมู่ 10 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยของกลางจำนวนหนึ่ง เป็นทองคำรูปพรรณปลอม จำนวนทั้งหมด 24 รายการ ได้มีการนำส่ง พ.ต.ท.ดนัย ชลมูณี สว.(สอบสวน) สภ.ชะเมา อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช ทั้งสองเป็นพนักงานประจำร้านทองสาขาดังกล่าว

สืบเนื่องเนื่องมาจากว่า ในช่วงกลางวันของวันที่เกิดเหตุ ทางด้านของ น.ส.วอรณิชา บุญสัมพันธ์กิจ ผู้บริหารของ ห้างทองบูรพานครศรีธรรมราช ได้สั่งให้มีการตรวจสอบ ทองคำรูปพรรณของทางร้านดังกล่าว ตามสาขาต่างๆ ทุกพื้นที่ในตัวเมือง นครศรีธรรมราช ที่มีอยู่ 5 สาขา ได้มีการพบความผิดปกติ ของทองคำรูปพรรณ ของสาขาที่สี่ แยกหัวถนนศาลามีชัย หรือสาขาหัวถนน โดยฝ่ายตรวจสอบทอง ของทางร้านสำนักงานใหญ่ ห้างทองบูรพาฯ ได้ตรวจพบว่า สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ กำไลข้อมือทองคำ แหวนทองคำ ต่างหูทองคำ และเครื่องประดับทองคำรูปพรรณอื่นๆ ของทางร้าน ที่ตั้งโชว์อยู่ในร้าน มากกว่า 200 รายการ เป็นทองคำรูปพรรณปลอมทั้งหมด จึงได้มีการดำเนินการ และประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการตรวจสอบครั้งนี้

เมื่อได้ทำการตรวจสอบ อย่างละเอียดแล้ว ทั้งจากภาพวงจรปิด และหลักฐานอื่นๆ ภายในร้าน เป็นที่แน่ชัดได้ว่า น.ส.สรารัตน์ ซึ่งเป็นพนักงานรับ และส่งทองประจำร้าน และ น.ส.สุจิตรา พนักงานขายของทางร้านทอง ได้ร่วมกันนำทองคำรูปพรรณปลอม ที่มีการจัดทำหรือสั่งทำมาเป็นพิเศษ มีลักษณะเหมือนกับทองคำรูปพรรณที่วางโชว์ และวางจำหน่ายอยู่ในร้าน มาวางแทนที่ทองคำรูปพรรณจริง คิดเป็นน้ำหนักทองทั้งหมดประมาณ 150 บาท มูลค่ามากถึง 4 ล้านบาท

น.ส.อรณิชา ซึ่งเป็นผู้บริหารของห้างทองดังกล่าว  จึงมอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบของห้างทอง แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ชะเมา ซึ่งได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบในครั้งนี้ ก่อนที่จะมีการควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมของกลางทั้งหมด เป็นทองคำรูปพรรณปลอม ได้นำไปยัง สภ.ชะเมา โดย น.ส.สุจิตรา หนึ่งในผู้ต้องหา ที่เป็นพนักงานขาย กำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน

ต่อมา ทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ การสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ให้การยอมรับว่า ร่วมกันทยอยนำทองคำรูปพรรณปลอม มาทำการสับเปลี่ยนกับทองคำของทางร้าน ซึ่งเป็นทองคำแท้ ในร้านมานานประมาณ 1 ปี

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอไปให้การในชั้นศาลเป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งระหว่างการสอบสวนที่โรงพัก ญาติๆ ของผู้ต้องหาทั้งสองที่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ได้พากันเดินทางมาสอบถาม รายละเอียดจากตำรวจ และจากตัวของผู้ต้องหา ที่ได้กระทำความผิดลงไป

น.ส.อังคณา บุญสัมพันธ์กิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท ห้างทองบูรพา จำกัด กล่าวว่า สำหรับมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งหมด 3.9 ล้านบาท ของกลางทางคดี จำนวน 86 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทองคำรูปพรรณปลอม ที่ผู้ต้องหานำมาตบตาทางร้าน ได้มีการกล่าวอ้างว่ามีลูกค้านำมาจำนำ

กรรมการผู้จัดการ บริษัทห้างทองบูรพา ยังได้มีการกล่าวอีกว่า ห้างทองบูรพา เป็นห้างทองเก่าแก่ และเป็นมาเป็นระยะเวลานาน ที่ได้รับความเชื่อถือมาเป็นเวลายาวนาน ก่อตั้งขึ้นโดย นายสุเทพ บุญสัมพันธ์กิจ บิดา ซึ่งเป็นนักธุรกิจตัวอย่าง ต้นแบบของจังหวัด ในปัจจุบันมอบหมายให้ตนเป็นผู้บริหารดูแลควบคุมกิจการ

ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าพนักงานทั้ง 2 คน จะก่อเหตุทำให้ทางบริษัท ได้รับความเสียหายและเสียชื่อเสียง เป็นวงเงินที่ค่อนข้างสูง แต่เราก็คำนึงถึงหลักเมตตาธรรมและมนุษยธรรม โดยเฉพาะ น.ส.สุจิตรา ที่กำลังตั้งท้องอยู่ในขณะนี้ เราไม่อยากให้เขาต้องอยู่ในห้องขัง หรือถูกควบคุมตัวนานเกินไป จึงรับข้อเสนอ การเจรจาประนีประนอมทางคดี

หลังการสอบปากคำ ของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในเบื้องต้น ทำประวัติและพิมพ์มือแล้ว ตำรวจได้นำตัวทั้งสอง เข้าห้องควบคุมหรือห้องขัง สภ.ชะเมา เพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

บทความแนะนำ