ความเป็นมาของ วันฉัตรมงคล

ความเป็นมาของ วันฉัตรมงคล
ความเป็นมาของ วันฉัตรมงคล

ความเป็นมาของ วันฉัตรมงคล วันฉัตรมงคลตรงกับวันที่เท่าไหร่ ปี 2564 นี้ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ถือเป็นวันฉลองพระเศวตฉัตรปีแรกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ( ปัจจุบัน ) และ เป็นวันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทุก ๆ พระองค์ หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าวัน ฉัตรมงคล มีความสำคัญในการสะท้อนประวัติศาสตร์ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว วันฉัตรมงคล สําคัญ อย่างไร

วันฉัตรมงคล ( ฉัด – ตระ – มง – คล ) มีความหมายตามพจนานุกรมไทยว่า พระราชพิธี ฉลองพระเศวตฉัตร จะทำขึ้นในวันที่ตรงกับวัน บรมราชาภิเษก เป็นการรำลึกในวันครบรอบปี ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวครบรอบ ทรงรับพระบรมราชาภิเษก ที่เป็นพระมหากษัตริย์ของประเทพไทย โดยสมบูณร์ตามพิธีโบราณ  ด้วยการถวายน้ำอภิเษก โดย
แบ่งออกเป็น 2 พระราชพิธีสำคัญคือ
1. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เริ่มมีมาตั้งแต่ สมัยรัตรโกสินทร์

1.1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
วันที่ 10 มิถุนายน พุทศักราช 2325 ทรงกระทำการปราบดาภิเษกครั้งแรก โดยเป็นพระราชพิธีอย่างสังเขป
วันที่ 17 มิถุนายน พุทศักราช 2328 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น เป็นครั้งที่สองอย่างครบถ้วน ตามประเพณีโบราณ โบราณราชประเพณี และ มีการรวบรวมตำราแบบแผนการประกอบพระราชพิธี จากการประชุมบรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิต และยังสร้าง เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ขึ้นใหม่ทดแทนของเดิมที่สูญหายจากภัยสงคราม

1.2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วันที่ 17 กันยายน พุทศักราช 2352 ทรงได้ ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบถ้วนตามโบราณราชประเพณี

1.3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 1 สิงหาคม พุทศักราช 2367 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบถ้วนตามโบราณราชประเพณี

1.4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 15 พฤษภาคม พุทศักราช 2394 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบถ้วนตามโบราณราชประเพณี โดยมีการเพิ่มเติมการใช้ ภาษา มคธ ในบางขั้นตอนของพระราชพิธี, โปรดเกล้าฯ ให้ชาวต่างประเทศเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้เป็นครั้งแรก

1.5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 11 พฤศจิกายน พุทศักราช 2411 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก โดยมี สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์
วันที่ 16 พฤศจิกายน พุทศักราช 2416 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่สอง เนื่องจากทรงบรรลุพระราชนิติภาวะ, สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์พ้นจากหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์

1.6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 11 พฤศจิกายน พุทศักราช 2453 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก เฉพาะพิธีการสำคัญตามโบราณราชประเพณี งดการรื่นเริงต่าง ๆ เนื่องจากอยู่ระหว่างงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 28 พฤศจิกายน พุทศักราช 2454 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่สองอย่างครบถ้วนตามโบราณราชประเพณี เพิ่มเติมการรื่นเริงต่าง ๆ และมีการเชิญพระราชอาคันตุกะจากนานาประเทศเข้าร่วมพระราชพิธี ในหมายกำหนดการเรียกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ว่า “พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช”

1.7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พุทศักราช 2469 พระองค์ทรงประกอบพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ได้ครบถ้วนตามโบราณราชประเพณี และทรง โปรดเกล้าฯ สถาปนาหม่อมเจ้ารำไพ พรรณี สวัสดิวัตน์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี นอกจากนี้ มีการบันทึก ภาพยนตร์ข่าว พระราชพิธีบรมราชาภิเษกไว้เป็นหลักฐานครั้งแรก ในประเทศสยาม หรือ ประเทศไทยนั้นเอง

1.8 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
วันที่ 5 พฤษภาคม พุทศักราช 2493 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบถ้วนตามโบราณราชประเพณี โดยมีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำและลดขั้นตอนบางอย่างในพิธีการให้เหมาะสมกับการปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ, โปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

1.9 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 4 พฤษภาคม พุทศักราช 2562 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบถ้วนตามโบราณราชประเพณี เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ โปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระราชินีสุทิดา ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

2. พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร
เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เป็นพิธีที่คล้ายกับ การขึ้นบ้านใหม่ พิธีเริ่มจาก ข้าราชบริพารเวียนเทียนสมโภช พระราชมณเฑียร หลังจากนั้น พระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินรอบเขตพระราชมณเฑียร โดยการปรยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ในรัชกาลที่ 10 เป็นเหรียญ 2 บาท โดยการ พระราชทานตลอดเส้นทาง ในขบวนมีข้าราชบริพารเชิญเครื่องเครื่องราชูปโภค และ เฉลิมพระราชมณเฑียร พระแสงดาบคาบค่ายตามเสด็จ จากนั้นเสด็จขึ้นพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ข้าราชบริพารเชิญเครื่องราชูปโภค และ เครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรบางส่วนทอดบนโต๊ะ ตรงข้าง ๆ ที่ประทับ และ มหาดเล็กห้องพระบรรทมลาดพระที่ ณ พระแท่นราชบรรจถรณ์เสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับบนพระแท่นลด มหาดเล็กทูลเกล้า ฯ ถวายถวายพระแส้ และ ขนจั่นหมากทองคำ ขนหางช้างเผือก และ กุญแจทอง ทรงรับมา แล้วทรงวางไว้ที่ปลายพระที่ เอนพระองค์บรรทมบนพระแท่นราชบรรจถรณ์เป็นปฐม ในคืนวันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ประทับแรมในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานตามโบราณราชประเพณี นั้นเอง

บทความแนะนำ