ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ
ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ อุ่นเครื่องนัดสุดท้ายเชือด โรมาเนีย 1-0

การแข่งขันฟุตบอล กระชับมิตรทีมชาติ ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ ที่กำลังเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึก ยูโร 2020 เปิดสนาม ริเวอร์ไซด์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ ทีมชาติโรมาเนีย

ทางด้าน ทีมชาติ อังกฤษ ได้เปลี่ยนให้บรรดาตัวสำรอง ลงมายืดเส้นยืดสายเป็นส่วนใหญ่ เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งการรักษาประตูที่ แซม จอห์นสตันได้เฝ้าเสา เซ็นเตอร์เป็นไทโรน มิงส์กับเบน ไวท์ แดนกลางให้ เจมส์ วอร์ด-เพราส์, คัลวิน ฟิลลิปส์ และแจ็ค กรีลิช คอยคุมเกม ส่วนแดนหน้าวันนี้ให้ โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวีนเป็นตัวเป้าขนาบข้างด้วย เจดอน ซานโช่ และมาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลเกมการแข่งขันในช่วงเวลาครึ่งแรก รูปเกมของ ทีมชาติ อังกฤษ ค่อนข้างดีกว่า มีโอกาสได้จบสกอร์ แต่ก็ไม่เฉียบคมพอ ทำให้เกมการแข่งขันครึ่งแรก ทีมอังกฤษ ยังเสมอ ทีมโรมาเนีย อยู่ที่คะแนน 0-0

ในช่วงเวลาครึ่งหลัง นาทีที่ 68 อังกฤษ ได้ยิงลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ แจ็ค กรีลิช โดน ติเบรู คาปูซา ทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ยิงเข้าไปเต็มประตู พาให้ทีมอังกฤษ ขึ้นนำ 1-0

หลังจากนั้น นาทีที่ 78 อังกฤษ ได้จุดโทษอีกครั้ง จากจังหวะของ โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน โดน วลาด ชิริเชส ทำฟาวล์ร่วงลงไป แต่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงไปติดเซฟ ฟลอริน นิตา นายด่านของโรมาเนีย  จบเกม ทีมชาติอังกฤษ ชนะ โรมาเนีย ด้วยคะแนน 1-0 อย่างสวยงาม

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม 

ทีมชาติ อังกฤษ แซม จอห์นสโตน, เบน ก็อดฟรีย์, เบน ไวท์, ไทโรน มิงส์, ลุค ชอว์, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, คาลวิน ฟิลลิปส์, แจ็ค กรีลิช, เจดอน ซานโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน

ทีมชาติโรมาเนียฟลอริน นิต้า, เดยาน โซเรสคู, วลาด ชิริเชส, อิโอนัต เนเดลซีรู, คาโมรา, นิโคเล สแตนชู, ราซวาน มาริน, อเล็กซานดรู ซิคัลดาอู, อเล็กซานดรู พอน, อันเดร อิวาน, เดนิส อลิเบค

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 5(แทน คัลวิน ฟิลลิปส์ น.45) เป็นคนวางบอลยาวให้ คัลเวิร์ต-ลูวิน หลุดเดี่ยวก่อนได้จุดโทษ แต่ เฮนโด้ ดันสังหารไปติดเซฟ 

จู๊ด เบลลิงแฮม 6 (แทน เจดอน ซานโช่ น.65) ลงมาแล้วฉายแววเช่นเคย มีจังหวะจับบอลสวยๆ มีส่วนทำชิ่งกับ กรีลิช จนได้จุดโทษ โชคร้ายที่โหม่งระยะเผาขนแต่ชนเสา

ดีแคลน ไรซ์ 6 (แทน เจมส์ วอร์ด-พราวส์ น.65) ทำหน้าที่เก็บกวาดแดนกลางและออกบอลจากแนวลึกเช่นเคย

คีแรน ทริปเปียร์ 6 (แทน ลุค ชอว์ น.75) ยังไม่มีโอกาสได้เติมเกมรุกมากนัก

เจสซี่ ลินการ์ด 6 (แทน มาร์คัส แรชฟอร์ด น.75) มีจังหวะทำชิ่งสวยๆกับเพื่อนร่วมทีมอยู่บ้าง

โอลลี่ วัตกินส์ 6.5 (แทน โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน น.82) เป็นคนครอสบอลให้ เบลลิงแฮม โหม่งชนเสา

ทีมชาติอังกฤษ

เข้ารอบสุดท้าย : 10 สมัย (1968, 1980, 1988, 1992, 1996, 2000, 2004, 2012, 2016, 2020)

ผลงานดีที่สุด : อันดับ 3 ศึกยูโร 1968, 1996

ผลงานรอบคัดเลือกยูโร 2020 : แชมป์กลุ่มเอ แข่ง 8 ชนะ 7 เสมอ 0 แพ้ 1

ผู้จัดการทีม : แกเรธ เซาธ์เกต

โปรแกรมแข่งขันรอบแรก กลุ่มดี

วันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย. 20.00 น. อังกฤษ – โครเอเชีย

คืนวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย. 02.00 น. อังกฤษ – สก็อตแลนด์

คืนวันอังคารที่ 22 มิ.ย. 02.00 น. สาธารณรัฐเช็ก – อังกฤษ 

บทความแนะนำ