ธรรมนัสรอด ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอีกรอบ
ธรรมนัสรอด ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอีกรอบ

ฝ่ายค้านจองกฐิน เตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟันอีกรอบ

ธรรมนัสรอด ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอีกรอบ ฝ่ายค้านไม่ยอม เตรียมที่จะยื่น ป.ป.ช. อีกครั้ง หลังมติศาลรัฐธรรมนูญชี้ ธรรมนัส ไม่สิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. ทาง รัฐมนตรี วิษณุ ชี้พ้นโทษเกิน 5 ปี ไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติในครั้งนี้ ส่วนความเหมาะสมนั้น ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ 2564 ผู้สื่อข่าวำด้มีการรายงานว่า ภายหลังจาก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัย แล้ว

ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส. 51 คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากที่กรณีเคยต้องคำพิพากษาหรือ คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายอันถึงที่สุดว่า ทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กระทำความผิดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด

คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่พ้นจากตำแหน่ง สส. และตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อให้เกิดความเห็นที่หลากหลายและแตกต่างกันไป ทั้งจากฝ่ายการเมือง และ นักวิชาการด้านกฎหมาย ที่ยกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎากีในอดีต มาเทียบเคียง โดยเฉพาะประเด็นที่เกิดขึ้น ว่าคำตัดสินจำคุกของศาลต่างประเทศ ไม่ผูกพันธ์กับรัฐไทย ซึ่งนักวิชาการมองว่าจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคมในอนาคต หรือไม่นั้นเอง

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ขาดคุณสมบัติจากความเป็นสส. และรัฐมนตรี แม้เคยถูกศาลแขวงรัฐนิวซ์เวล์ออสเตรเลีย ตัดสินจำคุกคดีค้ายาเสพติดประเภทเฮโรอีน ทำให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินหน้าทางการเมืองต่อไปอีกด้านหนึ่งก็เกิดข้อถกเถียงที่หลากหลายและแตกต่างกันไป จนเป็นประเด็นร้อนอยู่ ตอนนี้

จากคำพิพากษา ส่วนหนึ่งระบุว่า คดียาเสพติด ของ ร.อ. ธรรมนัส เป็นการกระทำผิดในต่างประเทศ ร.อ. ธรรมนัส ถูกพิพากษาลงโทษจริง แต่ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลไทย และ คำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญไทย หมายถึงคำพิพากษาศาลไทยเท่านั้น

ประเด็นนี้จึงถูกถกเถียง เทียบเคียงกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฏีกา เมื่อปี 2525 ที่ให้ความต่อเห็น กระทรวงมหาดไทย กรณีลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะลงรับสมัครเป็นสส. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521 โดยระบุว่า ถ้าข้อเท็จจริงปรากฎว่าบุคคลใด เคยต้องคำพิพากษาหรือ คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าในหรือต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมาไม่ถึง 5 ปี ในวันเลือกตั้ง ถือว่าเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามเด็ดขาด ซึ่งการกำหนดว่าเป็นโทษ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความลักลั่นเกิดขึ้นในประเทศนั้นเอง

ธรรมนัสรอด ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอีกรอบ ยื่น ป.ป.ช. ศาลฎีกา ฟันอีกรอบ

ทันทีผลศาลการตัดสินออกมาแล้ว ทางด้านพรรคก้าวไกล โดย นาย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ออกมาแถลงข่าวว่า ผิดหวังกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่ง เพราะขัดต่อแนวทางปฏิบัติ และแนวทางกฎหมายที่มีมา ตั้งแต่ พ.ศ.2525

ซึ่งกระทรวงมหาดไทย เคยได้ทำหนังสือขอความเห็นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาในครั้งนั้น รัฐธรรมนูญในขณะนั้นคือรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521 ได้กำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งไว้ว่าเรื่องหนึ่งว่า บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี ในวันเลือกตั้ง เว้นแต่กระทำผิดโดยได้กระทำโดยประมาท

เป็นเรื่องของศาล รัฐบาลไม่เกี่ยว

พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาลพิจารณา ส่วนที่พรรคก้าวไกล จะไปยื่นสอบจริยธรรม ต่อก็เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล ส่วนเรื่องนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้กล่าวไว้

เสรีพิศุทธ์ เอาด้วย

พรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะดำเนินการในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อที่จะเอาผิดด้านจริยธรรมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์

การหลุดออกจากความวิปริตนี้ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อรื้อกติกาที่บิดเบี้ยว และสร้างระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ผ่านการปฏิรูปที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และกรรมการองค์กรอิสระทุกคน ให้มีที่มาที่เป็นกลางทางการเมือง เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย และพร้อมตรวจสอบผู้มีอำนาจทุกคน เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ริบหรี่ลงในทุกวัน

ธนาธร จะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้เหรอ ?

นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือประธาน คณะก้าวหน้า ได้มีการออกมาเขียนข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ศาลรัฐธรรมนูญสร้างบรรทัดฐานใหม่ เป็นอดีตนักโทษในต่างแดนก็เป็น รมว.ไทยได้ ผมรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยความประหลาดใจมาก ที่ได้ยินคำตัดสิน

พร้อมกับได้ตั้งขอตั้งข้อสังเกตทั้งหมด 2 ข้อ ดังนี้

1.) คำวินิจฉัยในครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทยใช่หรือไม่ ว่าไม่ว่าจะเป็นอาชญากร หรือนักโทษมาจากไหน แต่ประเทศไทยจะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้เป็นรัฐมนตรีได้เสมอ ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อจากนี้ไป พ่อค้ายา พ่อค้าอาวุธทั่วโลก ก็คงสามารถเอาเงินจากการ ก่ออาชญากรรม มาซื้อตำแหน่งรัฐมนตรี กลายเป็นผู้บริหารประเทศไทยได้ใช่หรือไม่

2.) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการ อ่านคำวินิจฉัยที่ชัดเจนว่า ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ก่อนลงสมัคร ส.ส. ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่าเคยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย และ เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงนิวเซาท์เวล เครือรัฐออสเตรเลีย

แบบนี้ก็หมายความว่า ที่ธรรมนัสกล่าวอ้าง ทั้งในสภา กับวาทะว่า มันคือแป้ง และ นอกสภา ที่เขายืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่เคยถูกจำคุกมากก่อน ไม่ได้ค้ายาเสพติด เป็นเรื่องไม่จริง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่ธรรมนัสจะขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีนั้นเอง จะมีความสง่างามได้อย่างไร จะได้รับความเชื่อถือจากประชาชนได้อย่างไรกัน

หากมีรัฐมนตรีที่โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเรื่องคอขาดบาดตายอย่างการพัวพันกับการค้ายาเสพติดนี้ อย่าแปลกใจที่คนไทยจำนวนมากจะอยากย้ายประเทศกัน เพราะว่าไม่มีใคร ที่อยากอยู่ในบ้านเมืองที่ไม่มีที่อยู่ให้กับคนมีความสามารถ แต่กลับมีที่ยืนให้กับบุคคลเหล่านี้ นั้นเอง เพิ่มเติม

บทความแนะนำ