บียาร์เรอัล พบ แมนยู

บียาร์เรอัล พบ แมนยู
บียาร์เรอัล พบ แมนยู

บียาร์เรอัล พบ แมนยู เก็บตก 5 ประเด็นหลังเกมรอบชิง ยูโรปาลีก เมื่อคืนนี้

รอบชิงชนะเลิศ บียาร์เรอัล พบ แมนยู ยูฟ่ายูโรป้าลีก 2020-2021 ที่สนามสตาดิโอน เอเนอร์ก้า กดังส์ค ในเมืองกดังส์ค ประเทศโปแลนด์ เป็นการพบกันระหว่าง ทีม บียาร์เรอัล ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อูไน เอเมรี กุนซือเรือดำน้ำสีเหลือง เลือกจัดทัพมา แบบระบบ 4-4-2 ด้วยการฝากความหวังในแนวรุกไว้ที่กองหน้าอย่างเครารัด โมเรโน ซึ่งจะประสานงานร่วมกับ การ์ลอส บัคก้า

ทางด้าน ปีศาจแดง ของ โอเล กุนนาร์ โซลชา วางหมากเกมนี้มาในแผน 4-2-3-1 ใช้หน้าเป้าเป็น เอดินสัน คาวานี ทำเกมรุกร่วมกับ เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ขณะที่ แฮร์รี แม็คไกวร์ มีชื่อเป็นตัวสำรองของทีม

เปิดเกมส์ ครึ่งแรกดำเนินมาจนถึง นาทีที่ 29 เป็นฝั่งของบียาร์เรอัลมาได้ประตูขึ้นนำทำประตู จากลูกฟรีคิกทางกราบซ้ายที่ ดานี ปาเรโฆ เปิดเข้าเขตโทษให้ เคราร์ด โมเรโน ล้มตัวชาร์จบอล ด้วยแข้งขวาระยะเผาขนไม่เหลือ ส่งให้ เรือดำน้ำสีเหลือง ออกนำ 1-0 ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเกมส์ ยูไนเต็ดมาได้ประตูตีเสมอ ในนาทีที่ 55 จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ ลุค ชอว์ เปิดไปโดนแนวรับทีมจาก สเปนโหม่งสกัดออกนอกเขตโทษไป เข้าทาง แรชฟอร์ด ยิงสวนกลับเข้าเขตโทษ แล้วบอลขลุกขลิกไปเข้าทาง คาวานี ยิงด้วยเท้าขวาจ่อ ๆ เข้าตาข่ายไปอย่างสวยงาม ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1 ตีเสมอ

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นในเกมส์ เพิ่มเติมอีก ทำให้จบเกมเวลาปกติ 90 นาที สกอร์ยังเสมอกันอยู่ที่ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที ซึ่งทั้งสองก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ จึงจบ 120 นาที ด้วยสกอร์ 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษกัน

ช่วงดวลจุดโทษกลายเป็น บียาร์เรอัลที่ยิงแแม่นกว่า ซัดเข้าไปครบทั้ง 11 คน ส่วนทางยูไนเต็ดมาพลาดคนสุดท้ายคือ ดาบิด เด เคอา ซึ่งยิงติดเซฟของ เคโรนิโม รูญี ทำให้เป็นบียาร์เรอัล ชนะไป 11-10 ผงาดคว้า แชมป์ยูโรป้า ลีก เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

บียาร์เรอัล  (4-4-2) : เคโรนิโม รูญี; ฮวน ฟอยธ์ (มาริโอ กาสปาร์ น.88), ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, อัลฟองโซ เปดราซา (อัลแบร์โต้ โมเรโน น.88); เยเรมี ปิโน (ปาโก้ อัลกาเซร์ น.77), เอเตียง กาปู (ดานี ราบา น.120+3), ดานี ปาเรโฆ, มานู ตริเกรอส (มอย โกเมซ น.77); เคราร์ด โมเรโน, การ์ลอส บัคก้า (ฟร็องซิส โกเกอแล็ง น.60)

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : เซร์คิโอ อเซนโฆ, รามิโร ฟูเนส โมริ, เปร์วิส เอสตูปินญาน, รูเบน เปนญา, เฆาเม คอสต้า, เฟร์นานโด นินโญ

ใบเหลือง – เอเตียง กาปู น.54, ฮวน ฟอยธ์ น.84

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา; อารอน วาน-บิสซาก้า (ฆวน มาต้า น.120+3), เอริค ไบญี (อักเซล ตวนเซเบ้ น.116), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์; สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (อเล็กซ์ เตลลีส น.120+3), ปอล ป็อกบา (แดเนียล เจมส์ น.115); เมสัน กรีนวู้ด (เฟร็ด น.100), บรูโน แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด; เอดินสัน คาวานี

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : แฮร์รี แม็คไกวร์, ลี แกรนท์, อาหมัด ดิยัลโล, ดีน เฮนเดอร์สัน, เนมานยา มาติช, แบรนดอน วิลเลียมส์, ดอนนี ฟาน เดอ เบ็ค

สภาพความพร้อมก่อนเกมของทั้งสองทีม

บียาร์เรอัล เกมนี้จะไม่มี บิเซนเต้ อิบอร์รา ที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ขณะที่ ซามูเอล ชุควูเอเซ และ ฮวน ฟอยธ์ ต้องรอเช็คความฟิต แนวรับคาดว่าจะใช้ ราอูล อัลบิโอล จับคู่กับ เปา ตอร์เรส แดนกองกลางนำทัพโดย เอเตียง กาปู ประสานงานกับ ดานี ปาเรโฆ ริมเส้นสองฝั่งเป็น มอย โกเมซ กับ มานู ตริเกรอส คอยทำเกมรุก โดยมี เคราร์ด โมเรโน และ การ์ลอส บัคก้า เป็นคู่หัวหอก

แมนฯ ยูไนเต็ด เกมนี้จะยังไม่มี ฟิล โจนส์ และ อ็องโตนี มาร์กซิยาล ที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ แฮร์รี แม็คไกวร์ ต้องรอเช็คความฟิต แนวรับคาดว่าจะใช้ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ จับคู่กับ เอริค ไบญี แดนกลางเป็น เฟร็ด ประสานงานกับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ แนวรุกใช้ ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ บรูโน แฟร์นันด์ส คอยปั้นเกมอยู่ด้านหลัง เอดินสัน คาวานี

บทความแนะนำ