ประกาศกรุงเทพมหานคร
ประกาศกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าฯอัศวิน เซ็นประกาศ กทม.ฉบับที่ 25 ปิด 31 สถานที่

ประกาศกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความระบุว่า “ประกาศปิด 31 สถาน ที่เพิ่มเติม คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติม จากที่ออกมาตรการไปแล้ว 2 ฉบับ เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดและการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 อย่างเร่งด่วนที่สุด และ ได้ออกประกาศกรุงเทพมหานคร ให้มีการปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 25) ปิดสถานที่เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. – 9 พ.ค. 64 และให้ประชาชนในพื้นที่ ป้องกันและระวัง ให้ห่างไกลจาเชื้อำวรัว โควิด19 อย่างเข้มงวด

ให้ประชาชน ทุกท่าน ต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน เพื่อที่ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในครั้งนี้ ที่มีจำนวนผู้ป่วยมีอัตราการเพิ่มขึ้นจำนวนมาก 2 เท่า และ ข้อมูลการสอบสวนโรค พบส่วนใหญ่มีการติดเชื้อกันมากจากที่ทำงาน บุคคลในครอบครัว และ สถานที่สาธารณะต่างๆ ทั้งนี้ทางรัฐบาลได้ขอความร่วมมือ ให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดที่สุด และ ควรสวมหน้ากากอนามัย 100% ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือ อยู่ในที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร

เพื่อให้พวกเราทุกคนปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัส โควิด-19 ในครั้งนี้ เราจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ ไปด้วยกันอย่างปลอดภัยที่สุด ของให้ประชาชนให้ความร่วมมือ อย่างเต็มที่เพื่อก้าวผ่านไปด้วยกัน

ประกาศกรุงเทพมหานคร สั่งปิด 35 สถานที่เสี่ยงแพร่โรค

กทม. ได้มีการเรียกประชุมด่วน คณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อหารือมาตรการป้องกัน และรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร มีมติเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2564 ให้ปิดสถานที่เพิ่มเติม จำนวน รวม 35 ประเภท  อย่างเคร่งครัด

สถานประกอบกิจการอาบอบนวด สถานประกอบกิจการอาบน้ำ สถานประกอบกิจการอบไอน้ำ อบสมุนไพร สนามชนไก่และสนามซ้อมชนไก่ สนามชนโค สนามกัดปลาหรือสนามแข่งขันอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ โรงละคร สวนน้ำ สวนสนุก สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นสำหรับเด็ก

สวนสัตว์หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ สถานที่เล่นสเก็ตหรือโรลเลอร์เบลตหรือการเล่นอื่นๆในทำนองเดียวกัน โต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด สถานที่เล่นโบลิ่งหรือตู้เกม ร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ต สระว่ายน้ำสาธารณะหรือกิจการอื่นๆ

สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส สถานที่จัดนิทรรศการ ศูนย์แสดงสินค้าและศูนย์ประชุม พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุดสาธารณะ ชุมชน เอกชนและบ้านหนังสือ สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน สถานดูแลผู้สูงอายุ สนามมวย โรงเรียนสอนมวย โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้(ยิม) เป็นต้น

สถานที่สักหรือเจาะผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ร้านทำเล็บ สถาบันลีลาศหรือสอนลีลาศ สนามม้า ศูนศูนย์พระเครื่อง พระบูชาและสนามพระเครื่องพระบูชา สถานที่สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม สถานเสริมความงามและ คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม เป็นต้น

สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา) หรือร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า สนามแข่งขันทุกประเภท สถานที่แสดงมหรสพหรือสถานที่มีการแสดง หรือการละเล่นสาธารณะ สถานที่ให้บริการห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันตามที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้ ควรปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด

ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม เปิดได้เฉพาะกิจกรรมสระผม รวมถึงการแต่งผมและต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน สวนสาธารณะ สวนพฤกษชาติ และสวนดอกไม้ สนามกีฬาทุกประเภททั้งในร่มและกลางแจ้ง สนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ และสระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา หรือกิจกรรมทางน้ำในบึง เล่นเกมสร้างรายได้

ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทุกครั้งที่ออกจากบ้านและอยู่ในที่สาธารณะ หากเดินทางไปใช้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องลงทะเบียนหรือสแกน “ไทยชนะ” เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและสืบสวนโรคหากเกิดการแพร่ระบาดในสถานที่นั้นๆ

ผู้ใดที่ทำการฝาฝืน มีอัตตราโทษปรับ 40,000-100,000 บาท หรือจำคุก 1-2 ปี

ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.2564 (เที่ยงคืนวันที่ 25 เม.ย.) เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 9 พ.ค.2564 ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม อาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และอาจมีความผิด ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคน ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และ อยู่ในที่สาธารณะ หากเดินทางไปใช้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องลงทะเบียน หรือ สแกน “ไทยชนะ” เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และสืบสวนโรคหากเกิด การแพร่ระบาดในสถานที่นั้นๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และไม่ควรฝ่าฝืน ข้อปฏิบัติของทางรัฐ ที่มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน ควรระวังหรือป้องกัน อย่างเข้มงวด และทำตามที่รัฐบาลได้มีคำสั่งไว้อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และเราจะก้าวผ่านสถานะการครั้งนี้ไปด้วยกัน อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียว ป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่าง และหมั่นทำความสะอาดของมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

บทความแนะนำ