ยอดพุ่ง ย้ายประเทศกันเถอะ

ยอดพุ่ง ย้ายประเทศกันเถอะ
ยอดพุ่ง ย้ายประเทศกันเถอะ

เปิดกลุ่ม 4 วัน คนแห่ร่วมทะลุ 6.3 แสน ยอดพุ่ง ย้ายประเทศกันเถอะ

ยอดพุ่ง ย้ายประเทศกันเถอะ โดยมีการสร้างกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีสมาชิก ล่าสุด 6.7 แสน คนแล้ว ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเพิ่มจำนวนมากขึ้ยเรื่อยๆ หลังจากสร้างขึ้นมาได้เพียงแค่ระยะเวลา 4 วัน เท่านั้น อาจสะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ก็เป็นไปได้ และได้รับเสียงตอบรับอย่างเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เพจดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้ง เรื่องวีซ่า และวัฒนธรรม หางาน ตลอดจนสอนภาษาอังกฤษเพื่อที่จะได้ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศกัน

การปฏิเสธไม่ให้แกนนำเคลื่อนไหวทางการเมืองได้รับการประกันตัว คำถามต่อกระบวนการยุติธรรมของศาล ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการจัดการเรื่อง วัคซีน – คือสิ่งที่ผู้ก่อตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อเพจว่า ” ย้ายประเทศกันเถอะ ” บอกกับบีบีซีไทยว่า ” เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้คนรู้สึกว่า ชีวิตที่นี่มันไม่โอเคแล้ว…อยากไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ ” และผู้คนจำนวนมากเห้นเป็นเสียงเดียวกัน เกมทำรายได้

การที่จะวางแผนจะ ” ทำขำ ๆ ไม่ได้ซีเรียส ” และไม่ได้หวังผลตอบแทนแบบอื่น แค่เพียงระยะเวลา 3 วันผ่านไป กลุ่มเฟซบุ๊กกลุ่มนี้มีสมาชิกเข้าร่วมใกล้ถึง 6 แสนคนเข้าไปทุกทีแล้ว โดย แอดมิน ผู้ขอสงวนชื่อจริงผู้นี้เปิดพื้นที่ให้คนมาแชร์ข้อมูล 4 ประเภทหลักผ่านแฮชแท็กต่างๆ โดยวันนี้ 3 พฤษภาคม พ.ศ 2564 วันเดียวมีสมาชิกเข้าไปโพสต์เป็นจำนวนมาก เกือบ 5,000 โพสต์แล้ว แต่อย่างไร ยอดโพสในเพจก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ทุกวัน

ส่วนหนึ่งของโพสต์สมาชิกกลุ่มที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกาได้ระบุไว้ว่า “อยู่ต่างประเทศมันไม่สบายหรอก แต่มันคุ้มค่าเหนื่อยและมันมองเห็นอนาคตที่สดใสกว่า ” นั้นเอง ขณะที่สมาชิกอีกคนเข้ามาตั้งคำถามไว้ว่า ” งานสายกฎหมายพอจะมีลู่ทางไปทำงาน หรือปักหลักต่างประเทศไหมคะ ” นี่เป็นเพียงเสียงเล็กๆของสมาชิกในกลุ่มเท่านั้น ที่มีความคิดเห็นตรงกัน และไปในแนวทางเดียวกัน

สำหรับเพจ โพสต์ที่ไม่อนุมัติให้โพสในกลุ่ม มีดังนี้

1.) โพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์ของกลุ่ม

2.) โพสต์ที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน (เสี่ยงต่อการถูกฟ้อง คิดในใจก็พอ)

3.) โพสต์โฆษณาและแฝงการขายที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเด็ดขาด

4.) โพสที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง เพศ อาชญากรรม ยาเสพติด หรือสิ่งอื่นใด ที่ขัดต่อศีลธรรมและกฏหมายห้ามนำมาโพสเด็ดขาด

5.) โพสต์ที่สุ่มเสี่ยง ยั่วยุให้เกิดความเข้าใจผิด และความขัดแย้ง ภายในกลุ่มกันเอง

6.) โพสต์ที่ไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่ที่กำหนด

ความไม่มั่นคงทางชีวิตยุคโควิด-19

รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร รองคณบดี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชื่อว่า ในจำนวนสมาชิกกว่า 5 แสนคน ที่อยู่ในกลุ่มนั้น มีเกินกว่า 80% แน่ ๆ ที่ออกมาชุมนุม หรือสนับสนุนการชุมนุมของคณะราษฎร ข้อมูลการย้ายประเทศ

มันเห็นได้ชัดว่าประเทศนี้ มันดูสิ้นหวังเหลือเกินสำหรับคนรุ่นใหม่ รศ.ดร. ยุกติ ได้กล่าว และบอกต่อว่าเงื่อนไขสำคัญหนึ่งของปรากฏการณ์ ในครั้งนี้คือการมีโซเชียลมีเดีย ทำให้รู้ว่าคนที่คิดเหมือนกันมีนับแสนคนที่มีความเห็นตรงกัน ไม่ใช่แค่กับเพื่อน หรือญาติพี่น้องไม่กี่คนเท่านั้นแสดงให้เห็นว่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจน

รศ.ดร.ยุกติ เล่าว่า ในอดีต แรงงานไทยที่อพยพไปทำงานต่างประเทศ จะเป็นในภาคเกษตรกรรมหรือก่อสร้างในประเทศที่ร่ำรวยกว่าประเทศในตะวันออกกลาง หรือที่ไป เสี่ยงโชค เพื่อที่จะหางานเก็บเงินในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปี 2530 ที่ผ่านมา ก็เริ่มกลับมาเพราะเศรษฐกิจในไทยเองก็เริ่มจะดีขึ้นนั้นเอง หารายได้จากเกมส์

แต่รูปแบบของการพยายามย้ายถิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้ รศ.ดร.ยุกติ นึกถึงคนไต้หวันที่พยายามย้ายถิ่น เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองเพราะจีน หรือคนเกาหลีจำนวนมากที่จะย้ายไปตั้งรกรากที่ สหรัฐอเมริกาไม่ว่าจะด้วยการส่งลูกไปเรียนต่อ หรือ ไปมีลูกที่นั่น และในทางเดียวกัน รศ.ดร.ยุกติ บอกว่า ลักษณะของกลุ่มคนไทยที่คิดอยากจะย้ายไปอยู๋ที่ต่างประเทศในตอนนี้ ต่างจากในอดีตตรงที่เป็นกลุ่มคนที่มีทุนทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ซึ่งก็คือมีการศึกษา และ ตั้งใจจะย้ายไปโดยถาวร เพื่อสร้างความมั่นคงอยุ่ที่ต่างประเทศ

เสียงคนส่วนใหญ่ คิดเห็นยังไง ?

จริงอยู่ที่จำนวน สมาชิก 5 แสนคน ภายในไม่กี่วันเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมากและคิดไม่ถึงเลย ว่าจะเยอะแบบนี้ แต่อย่างไรก็เกิดขึ้นแล้ว แต่บางฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแค่คนส่วนน้อย และไม่ได้สะท้อนปัญหา หรือความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีคนที่คิดเห็นเหมือนกันอยู่ รายละเอียดการย้าย

ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เคยไปอยู่ที่นครนิวยอร์ก อยู่เกือบ 6 ปี และเคยคิดจะไม่กลับไทย แต่ก็พบว่าตนเป็นได้แค่ พลเมืองชั้นสอง และต้องเจอกับความอคติมากมายที่เกิดขึ้น

ถึงแม้ว่า ชาติบ้านเมืองของเรา อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความแตกแยก มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ มีการกลั่นแกล้งรังแกกันเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าเรานั้นยังยึดมั่นในการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง และเชื่อมั่นว่าความดีจะคุ้มครองเรา อยู่ที่ไหน ทำเพื่อใครก็ไม่เท่ากับทำให้แผ่นดินเกิด ของตนเอง

เมื่อมีคำถามว่าจำนวนสมาชิกสามารถสะท้อนภาพใหญ่ของประเทศไทย ได้หรือไม่ แอดมินผู้นี้มองว่า หากมองว่าจำนวน คน 5 แสนคน เป็นประชากรของจังหวัดจังหวัดหนึ่ง และ ลองคิดต่อว่าแต่ละคนซื้อของวันแค่ละ 100 บาท โดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก คนละ 7 บาท ให้คุณลองคูณไป

วันนึงกี่ตังค์ เดือนนึงเป็นจพำนวนเท่าไหร่ สิบปีเท่าไหร่ เขาบอกว่า จึงเป็นเรื่องที่ผิดมาก ถ้าจะบอกว่าจำนวนคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรจำนวนมากที่อาศัยอยู๋นั้น และจะไม่ได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม ให้คุณลองมองกลับกันดู แล้วคุณจะพบคำตอบ ในจำนวนคน 5 แสนคน นี้มีคนที่อายุตั้งแต่ 10 กว่าไปจนถึง 40 กว่า ๆ เป็นกลุ่มคนทำงาน เป็นความหวังของประเทศชาติทั้งนั้น

สมมติว่าถ้าคนห้าแสนคนไม่อยู่แล้ว ใครจะพัฒนาประเทศต่อถ้าขาดคนพวกนี้ไป แม้กระทั่งคนที่บอกคนอื่นว่า ออกไปเลย สุดท้ายถ้าไม่มีภาษีกลับมาตอนที่คุณแก่ คุณจะไปเอารัฐสวัสดิการ ที่ไหนที่กลับมารักษาพยาบาลเพื่อตัวของคุณเอง

หนุ่มวัย 29 ปี ผู้นี้บอกว่าจริงอยู่ที่คนที่สามารถย้ายประเทศได้จริง ๆ จะน้อยกว่านั้นมาก แต่มันน่าจะสะท้อนอะไรบางอย่าง คุณบริหารประเทศแบบนี้ ทำให้คน 5 แสนคน ใน 3 วัน ที่เขามีความเห็นตรงกัน เขาหมดหวังกับประเทศนี้ได้เลย คนที่เคยมีประสิทธิ์ภาพ อยากพัฒนาประเทศ คนที่รักพ่อรักแม่ รักอาหารไทย รักทุกอย่าง แต่รู้สึกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว คุณต้องย้อนกลับมาดูตัวเองว่า คุณทำงานและบริหารคุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนที่จ่าย เขาถึงรู้สึกแย่ขนาดไหนกัน อ่านเพิ่มเติม

บทความแนะนำ