วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

ผ่านการตรวจสอบคุณภาพยุโรป – สหรัฐ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ป้องกัน โควิด-19 ผลิตขึ้นโดย สยามไบโอไซเอนซ์ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการในยุโรป และ สหรัฐอเมริกา เรียบร้อยแล้ว เตรียมพร้อมส่งมอบล็อตแรกเร็วๆ นี้

วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมากล่าวว่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นความคืบหน้าของ การผลิต วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในประเทศไทย เริ่มต้นจาก โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ได้รับการอนุมัติ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา ได้กำหนดให้เป็นสถานที่ผลิต วัคซีนป้องกันโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้า

ในสัปดาห์ต่อมา วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ผลิตขึ้นโดย สยามไบโอไซเอนซ์ ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพตามเกณฑ์ และข้อกำหนดต่างๆของผลิตภัณฑ์ โดยการตรวจสอบจากองค์ประกอบทางเคมี และความปลอดภัย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข แล้ว

ในวันนี้ มีอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดี มาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบว่า ตัวอย่างที่มีการผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพ จากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของ แอสตร้าเซนเนก้า และทางยุโรปกับ สหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว  แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเรา ที่จะส่งมอบ วัคซีนตัวนี้ เป็นชุดแรกให้แก่ รัฐบาลไทยเร็ว ๆ นี้ นายเจมส์ ได้ออกมากล่าวไว้ข้างต้น

ส่วนเรื่องการรักษาคุณภาพของ วัคซีนให้ได้มาตรฐานนั้น วัคซีนป้องกันโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้า ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพ รวมถึงความปลอดภัย ทั้งในกระบวนการผลิต และการจัดส่ง โดยมีการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพวัคซีน ในแต่ละรุ่นการผลิตรวมกันมากกว่า 60 ครั้ง

นับตั้งแต่การเริ่มกระบวนการผลิต ไปจนถึงการฉีดวัคซีน และได้มีการประกันคุณภาพอย่างครบถ้วน ทุกขั้นตอน ทางด้านแอสตร้าเซนเนก้าได้สร้างเครือข่าย การวิเคราะห์คุณภาพและความปลอดภัยของวัคซีนตัวนี้ เพื่อที่จะให้มี ความมั่นใจว่า วัคซีนที่ผลิตจากทุกแหล่งการผลิตของทาง แอสตร้าเซนเนก้านั้น มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ ตามมาตรฐานสากล ทั่วโลกที่กำหนดไว้และปลอดภัย

รวมถึงการทำงานอย่างใกล้ชิด กับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในประเทศไทย เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของวัคซีนให้ตรงตามมาตรฐานและข้อกำหนดไว้ของประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ ผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิดนี้

วัคซีนนี้อาจสร้างปัญหาอะไร

MHRA กำลังตรวจสอบกรณี พบผู้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หลังจากที่ได้รับการฉีด วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ในสหราชอาณาจักร การตรวจสอบพบว่ามีผู้ป่วย 79 คน ( 2 ใน 3 เป็นผู้หญิง ) เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หลังจากได้รับการฉีดวัคซีนชนิดนี้เป็นเข็มแรก ในจำนวนนี้ 19 คน เสียชีวิต

จนถึงสิ้นเดือน มีนาคม พ.ศ 2564 ที่ผ่านมา ประชาชนในสหราชอาณาจักร ได้รับวัคซีนชนิดนี้แล้วไปกว่า 20 ล้านโดส MHRA ระบุว่า ตามปกติจะมีประชากรราว 4 คน จากใน 1 ล้านคน ที่จะมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันเ และการที่เป็นอาการเจ็บป่วย ที่พบได้ยากมากเช่นกัน จึงทำให้การคาดคะเนอัตรา การเกิดขึ้นตามปกติทำได้ยากขึ้น

พญ.จูน เรน หัวหน้า MHRA ได้ระบุไว้ว่า แม้ความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีน กับภาวะผิดปกตินี้จะเริ่มชัดเจนขึ้น แต่ก็ยังจำเป็น ต้องมีหลักฐานมาสนับสนุนมากกว่านี้ เพื่อความชัดเจน

ยังได้ออกมาชี้อีกว่า สำหรับประชากรส่วนใหญ่ ประโยชน์ที่จะได้รับจาก วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า มีมากกว่าความเสี่ยงจากการติด เชื้อโรคโควิด-19 แต่สำหรับกลุ่มคนหนุ่มสาว ปัจจัยดังกล่าวอาจอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน

วัคซีนชนิดนี้ ทำงานอย่างไร และป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้หรือไม่

วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ทำมาจากไวรัสไข้หวัดทั่วไป หรือที่รู้จักกันในชื่อ อะดีโนไวรัส-adenovirus ที่อ่อนแอ โดยนำเชื้อไวรัสตัวนี้ มาจากลิงชิมแปนซีไปดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อที่เชื้อไวรัสนี้จะไม่สามารถขยายตัวในมนุษย์ได้ จากนั้นจะนำยีนที่ได้มาจากปุ่มโปรตีน ของเชื้อไวรัสโคโรนาไปใส่ในไวรัสไข้หวัด ที่อ่อนแอและ ไม่เป็นอันตรายต่อคน

วัคซีนที่ได้จะถูกนำไปฉีดให้กับคนไข้หรือผู้ป่วยนั้น เซลล์ในร่างกายมนุษย์จะสร้างปุ่มโปรตีนไวรัสโคโรนาขึ้น มา เพื่อที่จะเป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกัน สร้างแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันขึ้น และกระตุ้นให้ที เซลล์ทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อ ได้ เมื่อคนไข้ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจริง ๆ ภูมิคุ้มกันและ ทีเซลล์ก็จะถูกกระตุ้นให้ต่อสู้กับเชื้อไวรัส

สำหรับการเข้าถึงวัคซีนและประสิทธิผล

วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงองค์การอนามัยโลกอีกด้วย และการได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก จะช่วยเร่งการเข้าถึงวัคซีนชนิดนี้ โดยผ่านกลไกการจัดซื้อ และจัดสรรวัคซีนของโครงการโคแวกซ์สำหรับ 142 ประเทศทั่วโลก

ผลการทดลองทางคลินิก ผู้เข้าร่วมการทดลอง 60,000 คน และข้อมูลการใช้ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนสามารถทนต่อผลข้างเคียง ของวัคซีนชนิดนี้ได้ดีอีกด้วย และวัคซีนยังช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วย จากโรคไวรัส โควิด-19 ในทุกระดับความรุนแรง

ทางด้านหน่วยงาน กำกับดูแลด้านยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป รวมไปถึงองค์การอนามัยโลก ให้ข้อสรุปว่าประโยชน์ที่ได้รับจาก วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีมากกว่าความเสี่ยง ที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้

อาการแบบไหนที่ควรระวัง

MHRA ยังได้ออกมาระบุว่า ผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ ภายหลังจากได้รับการฉีด วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว 4 วันหรือมากกว่านี้ จะต้องรีบขอรับคำแนะนำจากแพทย์ ถ้าเกิดอาการข้างต้นมีดังนี้

1.เกิดการปวดศีรษะรุนแรงต่อเนื่อง

2.มีอาการสายตาพร่ามัว

3.เกิดอาการเจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก

4.มีอาการ หายใจลำบาก

5.ขาบวม

6.มีอาการปวดท้องอย่างต่อเนื่อง หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน

7.มีการผิดปกติของผิวหนังหรือ มีรอยช้ำผิดปกติ

8.มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ( ไม่รวมจุดที่ได้รับการฉีดวัคซีน )

บทความแนะนำ