วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนทางเลือก
วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนทางเลือก

วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนทางเลือก คาดเข้าไทยเร็ว ๆ นี้ ในเดือน กรกฎาคมนี้ วัคซีนไฟเซอร์ 1ล้าน 5แสน
โดส สหรัฐ Americaได้บริจาคให้แพทย์ เพราะว่าแพทย์ พยาบาลเป็นด่านหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้น ได้มีการค้านฉีด
ไฟเซอร์เป็นวัคซีน เข็มที่3 ให้แพทย์ แต่เห็นชอบ ควรจะเริ่มฉีดให้เป็นเข็มที่ 1 สำหรับผู้มีอายุ 6 ปี ขึ้นไป หรือว่าจะฉีดให้ หญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ 12สัปดาห์ขึ้นไป ในพื้นที่ระบาดรุนแรง Bankkok และ ปริมณฑล วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมานะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารผลการประชุม ระหว่าง คณะกรรมการวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.๒๕๕๘

ในเนื้อหาของ เอกสารดังกล่าวนั้น ได้ระบุโดยรวม และ คาดว่า Thailand นั้น จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ใน
เดือน 7 เป็นจำนวน 1ล้าน 5แสนโดส และ ในไตรมาสที่ 4 รวมแล้ว 20 ล้านโดส จากเอกสารดังกล่าว พบว่า มีการจัดทำข้อเสนอ และแนวทาง การบริหารจัดการวัคซีน ว่าควรมุ่งเน้นไปที่ บุคคล 3 กลุ่มคือ
1. บุคคลอายุ 12ปี ถึง18 ปี
2. ฉีดให้บุคลากรด่านหน้าเพื่ออที่จะได้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน เป็นวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับแพทย์ และพยาบาล
3. กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้วัคซีน ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมนั้น แสดงความคิดหลาย ๆ ความคิด บางส่วนก็เห็นว่า ควรให้ผู้สูงอายุก่อน
บางคนก็ว่า ให้หญิงตั้งครรภ์ คือกลุ่มเสี่ยง และ คาดเน้นไปที่แก้ปัญหาที่พื้นที่ระบาดก่อน บางส่วนนั้น ก็ได้เห็นว่า กลุ่มคนอายุ 12 ปี ถึง18 ปีนั้น สามารถรอวัคซีนจากการสั่งซื้อได้ และ สำหรับประเด็น ฉีดวัคซีนไฟเซอร์นั้น
จะเป็นวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อให้ไปกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ให้กับบุคลากรทางการแพทย์แต่ในที่ประชุมนั้น ส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย และบางส่วน ก็เห็นด้วย เพราะว่า แพทย์ และ พยาบาล ถือเป็นกำลังสำคัญ ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าแพทย์
และ พยาบาลนั้น จะฉีด ซิโนแวค ครบ 2 เข็มแล้ว แต่ก็ยังติดเชื้อโควิดอยู่ แต่ก็มีความเห็นบางส่วนที่เห็นว่า ถ้านำมาฉีดเป็นวัคซีนเข็มที่ 3 ก็จะถูกมองว่า ตัววัคซีนอย่าง วัคซีนซิโนแวค ไม่มีผลในการป้องกันของ โควิด -19 แล้วจะแก้ตัวยากมากขึ้น ประชาชนจะมองว่า เอาวัคซีนที่ไม่ดี มาให้ประชาชน จึงสรุปจากการประชุมได้ว่า แนวทางการใช้วัคซีนไฟเซอร์ในเดือน ที่ 7 ถึง เดือนที่ 8 2564 ได้ระบุว่า เห็นชอบควรให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ได้รับระยะแรก จำนวน 1. 5 ล้านโดส เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 ให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ หกสิบปี ขึ้นไป และในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง อย่าง กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล

และ ด้าน อดีตนายกแพทย์สภาก็ได้โพสต Facebook ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเพราะว่ามีกระแสข่าวว่า Thailandจะได้รับ วัคซีนPfizer จำนวน 1.5 ล้านโดส โดยได้บอกว่าแพทย์ และบุคลากรด่านหน้า จำเป็นต้องได้รับ การฉีด วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนทางเลือก จับใจความได้ดังนี้

เรียน นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดิมทีประเทศไทยของเรานั้น จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1ล้าน 5 แสนโดสในเดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม 2564 นั้น ทางผมทราบมาว่าในมติของที่ประชุม ของคณะกรรมการ การพิจารณาในเรื่องนี้ ของวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ได้มีผู้ที่ ออกความเห็นว่า ให้บุคลากร การแพทย์ที่ทำหน้าที่ ด่านหน้า ได้วัคซีนซิโนแวค 2 เข็มไปแล้วระยะหนึ่ง แต่ต่อมาที่ประชุม ก็มีมติว่า ไม่ให้วัคซีนดังกล่าวแก่แพทย์ และ พยาบาล

ส่วนตัวนั้น ผมคิดว่า ควรจะให้แพทย์ และ พยาบาล ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้านั้น ควรจะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยง
สูง ที่จะได้รับเชื้อไวรัส โควิด -19 และยังเป็นบุคลากร ผู้ที่มีความสำคัญสูงมากๆ ในขณะนี้เพราะว่า พวกเขาเหล่านี้ มีภาระหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยทั้งหมด ถ้าหากพวกเขาเหล่านี้นั้น ได้ติดเชื้อ จะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้าย ไปกว่าเดิม วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนทางเลือก

เพราะว่า การที่ใครคนหนึ่ง ในกลุ่มกำลังสำคัญนั้น ที่ทำหน้าที่แทน คนที่ขาดแคลนอย่างที่สุด เกิดติดเชื้อ
จะทำให้ บุคคลที่เป็นด่านหน้านั้น ถูกกักตัว เนื่องจาก ได้ใกล้ผู้ความเสี่ยงสูง และ ผู้ป่วยอีกจำนวนมาก ดังที่ได้มีการประกาศปิดห้องคลอด ห้องฉุกเฉิน และ ห้องผ่าตัด หรือ อาจจะเป็นทั้งโรงพยาบาลเลย ทำให้ผู้ป่วย และประชาชนนั้น เกิดเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เพราะมีความเสี่ยงสูงขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น การที่จะป้องกัน การติดเชื้อไวรัส โควิด -19 ในกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญมาก ๆ และ จำเป็นที่ จะต้องเร่งด่วนเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ไว ๆ จึงเรียนมาเพื่อโปรด “พิจารณา” ให้มีการได้รับ การฉีดวัคซีนดังกล่าว แก่แพทย์ และ พยาบาล ที่เป็นหน้าด่าน ที่ดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงสูงด้วยครับ นามโดย นพ.อำนาจ กุสลานันท์ อดีตนายกแพทย์สภา

บทความแนะนำ