สวีเดน
สวีเดน

สวีเดน 10 คนลิ่วชน อังกฤษ 8ทีมยูโร

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืน วันที่ 29 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา สวีเดน ที่ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม อี  พบกับ ยูเครน ที่เข้ารอบพร้อมเข้ารอบมาในฐานะ  1 ใน 4 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากกลุ่ม ซี โดยผู้ชนะจะเข้าไปพบกับ อังกฤษ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

นายใหญ่ของ ทัพไวกิ้ง ยังใช้แข้งชุดเดิมเป็นหลัก แต่แนวรุกเปลี่ยนจาก โรบิน ไกวสันเป็น เดยัน คูลูเซฟสกี้ จับคู่ล่าตาข่ายกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค

ส่วนทัพยูเครนของ อังเดร เชฟเชนโก้ จัดสามประสานแนวรุกเป็น อังเดร ยาร์โมเลนโก้, โรมัน ยาเรมชุค , มิโคลา ชาปาเรนโก้  

เปิดฉาก การแข่งขัน ครึ่งแรก นาทีที่ 7 ทัพไวกิ้ง ได้ลุ้นจากจังหวะของ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ซัดไปติดบล็อคก่อนจังหวะแรก ก่อนบอลมาเข้าทาง เดยัน คูลูเซสกี้ ก็ยังไปติด ตาราส สเตฟาเนนโก้ ออกหลังไป

นาทีต่อมา ลูกทีมทางด้านของ เชฟเชนโก้ หวิดทำคะแนนขึ้นนำ จากการประสานงานระหว่าง โรมัน ยาเรมชุค แทงให้ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ก่อนที่ยาร์โมเลนโก้จะหักคืนมาให้ ยาเรมชุค ซัดไปติดเซฟ โรบิน โอลเซ่น

เข้าช่วงเวลา นาทีที่ 27 กลายเป็น ยูเครน มาทำประตูขึ้นนำ ไปก่อน ด้วยคะแนน 1-0 จากจังหวะที่ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ดีดไซด์ก้อยเลยมาเสาไกล โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ วิ่งมาวอลเลย์ แบบไม่จับบอล พุ่งแรงทะลุเซฟของ โรบิน โอลเซ่น เข้าไปอย่างสวยงาม

ต่อมา นาทีที่ 29 ทัพไวกิ้ง มีโอกาสลุ้น ตีเสมอหลังได้ฟรีคิก หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ เซบาสเตียน ลาร์สสัน จะปั่นข้ามกำแพงแต่ยังไม่พ้นมือ จอร์จี้ บุชชาน

นาที 32 ทางด้าน ยูเครน เกือบได้ลุ้นลูกที่สอง จากลูกฟรีคิกเปิดเข้ามา อัลบิน เอ็คดัล เคลียร์บอลไม่ขาด มาเข้าทาง อังเดร ยาร์โมเลนโก้ พักด้วยอก ก่อนซัดเหินคานออกไปหวุดหวิด อย่างหน้าเสียดาย

นาที 43 ทีมสวีเดน มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ไหลบอลให้กับทางด้าน เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ตะบันนอกกรอบเขตโทษ อย่างเต็มข้อ

บอลพุ่งไปแฉลบขา ซาบาร์นยี่ ก่อนผ่านมือ จอร์จี้ บุชชาน เข้าไป เป็นประตูที่ 4 ของดาวยิง จากแอร์เบ ไลป์ซิกในยูโรนี้ อย่างสวยงาม

กลับมาเล่นต่อ ในครึ่งหลังของเกมการแข่งขัน นาทีที่ 52 ฟอร์สเบิร์ก ไหลบอลเข้ากลางให้กับ เซบาสเตียน ลาร์สสัน กัปตันทีม ตั้งป้อมซัดไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งถากเสาแรกออกไป อย่างน่าเสียดาย

จบ 90 นาทียังเสมอกัน อยู่ที่คะแนน 1-1 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที เพื่อหาผู้ชนะเข้าไปดวลกับ อังกฤษ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้นเอง

เกมทำท่าว่าจะต้องลุ้น ถึงการดวลจุดโทษในครั้งนี้ แต่แล้วช่วงทดเจ็บ นาที 120 + 1 ยูเครน มาได้ประตูแซงขึ้นนำหลัง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ครอสบอลมาเสาแรกให้ อาร์เตม โดฟบิค โฉบมาโขกบอลเข้าไปตุงตาข่าย ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วไม่ล้ำหน้า

ก่อนอีกmujผู้ตัดสิน จะเป่าจบเกม เป็นอันว่า ยูเครน เฉือนเอาชนะ ทีมสวีเดน ช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 หลังเสมอกันในเวลา 90 นาที 1-1 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายพบกับ อังกฤษ 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

สวีเดน (4-4-2) : โรบิน โอลเซ่น – มิคาเอล ลุสติก (เอมิล คราฟธ์ น.83), วิคเตอร์ ลินเดอลอฟ, มาร์คุส ดาเนียลสัน (ใบแดง น.99), ลุดวิก เอากุสตินส์สัน (ปิแอร์ เบงท์สสัน น.83) – เซบาสเตียน ลาร์สสัน (วิคเตอร์ เครสสัน น.97), คริสตอฟเฟอร์ โอลส์สัน (ฟิลิป เฮเลนเดอร์ น.101), อัลบิน เอ็คดัล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก – เดยัน คูลูเซฟสกี้ (โรบิน ไควสัน น.97), อเล็กซานเดอร์ อิซัค (มาร์คุส เบิร์ก น.97)

ยูเครน (4-3-3) : จอร์จี้ บุชชาน – โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, อิลิย่า ซาบาร์นยี่, เซอร์เกย์ คริฟต์ซอฟ, มีโคล่า มัตวิเยนโก้ (รุสลัน มาลินอฟสกี้ น.61) – เซอรเก ซีดอร์ชุค, ตาราส สเตฟาเนนโก้ (เยฟเฮน มาคาเรนโก้ น.95), โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – อังเดร ยาร์โมเลนโก้ (อาร์เตม โดฟบิค น.105), โรมัน ยาเรมชุค (อาร์เต็ม เบเซดิน น.95 (วิคเตอร์ ซีกานคอฟ น.101), มิโคลา ชาปาเรนโก้เทรนเนอร์ : อังเดร เชฟเชนโก้  

บทความแนะนำ