อาการหลังฉีดวัคซีน

อาการหลังฉีดวัคซีน
อาการหลังฉีดวัคซีน

อาการหลังฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีน ก่อนฉีดหรือหลังฉีด มาทำความเข้าใจคร่าวๆ

มาทำความเข้าใจก่อนว่าการฉีด วัคซีนโควิด-19 แม้ไม่สามารถที่จะป้องกัน การติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรงได้ อาการหลังฉีดวัคซีน

สิ่งที่ทุกท่าน ครวจะทำคือการ ฉีดวัคซีน โดยควรที่จะศึกษาข้อมูล และเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งก่อนและหลังการ ฉีดวัคซีน COVID-19 เพื่อจะได้คลายความกังวลและปฏิบัติตัว ตามวิธีการอย่างถูกต้อง 

 ทางด้านของ รศ.พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพกล่าวว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ถึงจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วงลดความรุนแรงของเชื้อ โควิด-19 ที่เข้าสู่ร่างกายและการรักษาง่ายขึ้น อาจไม่เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต

ก่อนฉีดวัคซีน ควรดื่มน้ำเยอะๆ

ก่อนที่เราจะฉีดวัคซีน ต้องมีการเตรียมความพร้อมของร่างกาย แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนจะไปรับการฉีดวัคซีน เพื่อทำให้ วัคซีน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากมีไข้สูงในวันนัดหมายฉีดวัคซีน ควรที่จะเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจะดีที่สุด

ถ้ามีอาการไข้ต่ำ ๆ หรือเจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตามปกติ รือควรที่จะปรึกษาแพทย์ ก่อนเข้ารับวัคซีน สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว มีประวัติภูมิแพ้ หรือมีปัญหาภูมิคุ้มกัน บกพร่องของร่างกาย ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน เพื่อที่จะสามารถขอคำแนะนำที่เหมาะสมได้ 

หากได้ รับการฉีดวัคซีน และมีอาการข้างเคียงหลังการฉีด มักเป็นสัญญาณแสดงว่า ร่างกายกำลังถูกวัคซีนกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ไม่มีความรุนแรง และหายได้เองในระยะเวลาไม่นานหลังจากฉีดเสร็จ เช่น เป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย มีอาการบวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด เป็นต้น

แต่ถ้าหากมีอาการแพ้วัคซีน ในทางการแพทย์เกิดจากการที่ ร่างกายตอบสนองภูมิคุ้มกัน ต่อวัคซีนมากเกินกว่าปกติ ซึ่งนับว่าเป็นอาการที่ไม่พึงประสงค์ หลังได้รับวัคซีน อาการที่พบอาจเกิดจากวัคซีนโดยตรง หรือไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโดยตรง คืออาการทางจิตใจที่มักพบในกลุ่มผู้รับวัคซีนที่มีอาการเครียด กลัว กังวล เป็นต้น

5 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ วัคซีนโควิด-19 ” แอสตร้าเซนเนก้า “

วันที่ 8 มิถุนายน 2564 หลังจาก เชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง ทำให้รัฐบาลเริ่มเดินหน้า โครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง 1 ในนั้นวัคซีนที่ใช้คือ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ( AstraZeneca )

แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเสนอ 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ให้กับประชาชน ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน

ประโยชน์ของวัคซีนมีอะไรบ้าง

ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) เมื่อมีได้รับการ ฉีดวัคซีน มากกว่า 70% ของจำนวนประชากรทั่วไป

ป้องกันอาการป่วยจาก โรคโควิด-19 ป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรง ที่ต้องเข้านอนรับการรักษาในโรงพยาบาล หรือเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ป้องกันได้ 100% หลังฉีดเข็มแรก 22 วัน ขึ้นไป และ จากการศึกษาการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันในคนไทย พบว่าหลังฉีดเข็มแรก 30 วัน ผู้ใช้วัคซีนมีภูมิคุ้มกันถึง 96.7% ลดอัตราการแพร่เชื้อไวรัส สูงถึง 63.0% หลังฉีดเข็มแรก 3 สัปดาห์ นั้นเอง

 ผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนมีอะไรบ้าง

อาการข้างเคียงที่พบในบุคคลทั่วไป

1.ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน จะมีอาการเจ็บบริเวณที่ฉีด

2.มีอาการปวดศรีษะ และ อ่อนเพลีย

3.มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว

4.มีอาการไข้ หนาวสั่น

5.มีอาการปวดข้อ และ คลื่นไส้

อาการข้างเคียงที่พบได้ยาก

< 1% มีอาการต่อมน้ำเหลืองโต เบื่ออาหาร มึนหรือ เวียนศรีษะ ปวดท้อง เหงื่อออกมากผิดปกติ มีผื่นคัน

จากข้อมูลที่ได้รับมา การใช้วัคซีนในสหราชอาณาจักร พบภาวะลิ่มเลือก 0.000013% ใน 1,000,000 คน และจากข้อมูลสำหรับการใช้วัคซีน ในประเทศอินเดียพบภาวะลิ่มเลือด 0.61 ใน 1,000,000 คน ( ข้อมูล วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 )

ควรพักดูอาการหลังฉีดวัคซีน 30 นาที 

ถึงอย่างไรก็ตาม หากเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรอง และขึ้นทะเบียนแล้ว หากพบผลข้างเคียงรุนแรง จะอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก โดยอาการแพ้วัคซีนนั้น อาจพบได้หลังจากฉีดวัคซีน ในช่วง 30 นาทีแรก มีอาการคือ มีผื่นขึ้น ลมพิษ มีอาการคันบวมที่ใบหน้า ปาก หรือลำคอ หายใจติดขัด ความดันเลือดต่ำคลื่นไส้ ปวดท้อง เป็นต้น 

เมื่อได้รับการฉีดวัคซีน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีไข้ หรือปวดศีรษะ สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ปกติ หากมีผื่นลมพิษ ไข้สูงมาก หน้ามืด เป็นลม แขนขาอ่อนแรง เจ็บหน้าอก ควรที่จะเข้าพบแพทย์ทันที และด่วนที่สุด เพื่อดูอาการต่อ

ข้อปฏิบัติของการฉีดวัคซีน ที่จะมาแนะนำให้ทุกคน ได้ทราบทั่วถึงกัน ควรที่จะสวมหน้ากากทุกครั้ง ล้างมือให้บ่อย รักษาระยะห่าง อย่างน้อย 2 เมตร เป็ขั้นต่ำ ลดการแออัด กับผู้คนทางสังคม หากไปในพื้นที่เสี่ยง หรือมีประวัติสัมผัสกับ ผู้ป่วยโควิด-19 ควรที่จะกักตัว อย่างน้อยเป้นเวลา 14 วัน เบื้องต้น

นอกจากนี้ ในผู้ที่เคยป่วยเป็น โรคไวรัส COVID-19 ถึงแม้ในร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออยู่แล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เกี่ยวกับระยะเวลาของภูมิคุ้มกัน ที่จะสามารถป้องกันไวรัสชนิดนี้ได้ จึงควรได้รับวัคซีน โดยเว้นระยะห่างจากการติดเชื้อ อย่างน้อย 3 เดือน และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คลินิกอายุรกรรม รพ.กรุงเทพ โทร.1719  หรือ แอดไลน์ @bangkokhospital  

บทความแนะนำ